วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

อาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ

Hacker
           Hacker คือ ผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในระบบคอมพิวเตอร์อย่างสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครือข่าย , ระบบปฏิบัติการ  จนสามารถเข้าใจว่าระบบมีช่องโหว่ตรงไหน หรือสามารถไปค้นหาช่องโหว่ได้จากตรงไหนบ้าง เมื่อก่อนภาพลักษณ์ของ Hacker จะเป็นพวกชั่วร้าย ชอบขโมยข้อมูล หรือ ทำลายให้เสียหาย  แต่เดี๋ยวนี้ คำว่า Hacker หมายถึง Security Professional ที่คอยใช้ความสามารถช่วยตรวจตราระบบ และแจ้งเจ้าของระบบว่ามีช่องโหว่ตรงไหนบ้าง อาจพูดง่ายๆว่าเป็น Hacker ที่มีจริยธรรมนั่นเอง ในต่างประเทศมีวิชาที่สอนถึงการเป็น Ethical Hacker หรือ แฮกเกอร์แบบมีจริยธรรม ซึ่งแฮกเกอร์แบบนี้เรียกอีกอย่างว่า White Hat Hacker ก็ได้ ส่วนพวกที่นิสัยไม่ดีเราจะเรียกว่าพวกนี้ว่า Cracker หรือ Black Hat Hacker ซึ่งก็คือ มีความสามารถเหมือน Hacker ทุกประการ เพียงแต่พฤติกรรมของ Cracker นั้นจะเป็นการกระทำที่ขาดจริยธรรรม เช่น ขโมยข้อมูลหรือเข้าไปทำลายระบบคอมพิวเตอร์ให้ทำงานไม่ได้ เป็นต้น 
      วิธีการที่ Hacker และ Cracker ใช้เข้าไปก่อกวนในระบบ Internet มีหลายวิธี แต่วิธีที่นิยมมากมี 3 วิธี ดังนี้
1.Password Sniffers เป็นโปรแกรมเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในเครือข่าย และถูกสั่งให้บันทึกการ Log on และรหัสผ่าน (Password) แล้วนำไปเก็บในแฟ้มข้อมูลลับ
2. Spooling เป็นเทคนิคการเข้าสู่คอมพิวเตอร์ที่อยู่ระยะทางไกล โดยการปลอมแปลงที่อยู่อินเนอร์เน็ต (Internet Address) ของเครื่องที่เข้าได้ง่ายหรือเครื่องที่เป็นมิตร เพื่อค้นหาจุดที่ใช้ในระบบรักษาความปลอดภัยภายใน วิธีการคือ การได้มาถึงสถานภาพที่เป็นแก่นหรือราก (Root) ซึ่งเป็นการเข้าสู่ระบบขั้นสูงสำหรับผู้บริหารระบบ เมื่อได้รากแล้วจะสร้าง Sniffers หรือโปรแกรมอื่นที่เป็น Back Door ซึ่งเป็นทางกลับลับๆใส่ไว้ในเครื่อง
3. The Hole in the Web เป็นข้อบกพร่องใน World -Wide-Web (WWW ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต เนื่องจากโปรแกรมที่ใช้ในการปฏิบัติการของ Website จะมีหลุมหรือช่องว่างที่ผู้บุกรุกสามารถทำทุกอย่างที่เจ้าของ Site สามารถทำได้




วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical Engineering)
สาขาอาชีพด้านวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เดิมเป็นสาขาหนึ่งของวิศวกรรมไฟฟ้าที่ถูกแยกออกมาเพื่อให้เห็นความแตกต่างของงานทางด้านไฟฟ้ากำลัง กับงานทางด้านอิเล็กทรอนิกส์  
ปัจจุบันขอบเขตของวิศวกรรมอิเล็กโทรนิคส์ถูกขยายออกไปเป็น subfield ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์แอนะลอก, อิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัล, อิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภค, ระบบการฝังตัว และอิเล็กทรอนิกส์กำลัง วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังเข้าไปทำงานร่วมกับงาน implement ของ application, งานด้าน หลักการและ algorithm เกี่ยวกับฟิสิกส์ของ solid state, โทรคมนาคม, ระบบควบคุม, การประมวลผลสัญญาณ, วิศวกรรมระบบคอมพิวเตอร์, วิศวกรรมเครื่องมือ,วิศวกรรมควบคุมพลังงานไฟฟ้าหุ่นยนต์, และอื่น ๆ อีกมากมาย



วิศวกรรมซอฟต์แวร์และคอมพิวเตอร์ (Computer Software Engineering)
            วิศวกรรมซอฟต์แวร์ เป็นศาสตร์เกี่ยวกับวิศวกรรมมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการใช้กระบวนการทางวิศวกรรมในการดูแลการผลิต ตั้งแต่การเริ่มเก็บความต้องการ การตั้งเป้าหมายของระบบ การออกแบบ กระบวนการพัฒนา การตรวจสอบ การประเมินผล การติดตามโครงการ การประเมินต้นทุน การรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงการคิดราคาซอฟต์แวร์ เป็นต้น
วิศวกรรมซอฟต์แวร์ เป็นศาสตร์ที่ทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากในปัจจุบัน ซอฟต์แวร์มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องมีการวิศวกรรมที่จะควบคุมและดำเนินการผลิต ที่มีประสิทธิภาพ สามารถวัดผลได้ และ สามารถตรวจหาข้อผิดพลาดพร้อมสาเหตุได้ อย่างสะดวกและรวดเร็ว เพื่อให้สามารถปรับปรุงแก้ไขซอฟต์แวร์ตั้งแต่อยู่ในระหว่างการผลิตได้อีกทั้งยังมีการทบทวนและตรวจสอบ
ในแง่ของศาสตร์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น วิศวกรรมซอฟต์แวร์ เป็นหนึ่งในห้าสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วย สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือวิทยาศาสตรคอมพิวเตอร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือสาร และ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ หรือ ระบบสารสนเทศทางธุรกิจ




วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ผลกระทบของไอทีด้านลบ-ด้านบวก

เว็บไซต์ : http://www.thairath.co.th/content/536122



เสรีภาพอินเตอร์เน็ตลดลงทั่วโลก

ฟรีดอมเฮ้าส์ Freedom House เปิดรายงาน เสรีภาพในการใช้งานอินเตอร์เน็ต 2558” หรือ Freedom on the Net 2015 พบจีน ยังเป็นประเทศที่ไม่มีเสรีภาพในการใช้งานอินเตอร์เน็ตมากที่สุด ตามมาด้วยซีเรียและอิหร่าน ขณะที่อินเดียได้รับการยกย่องว่ามีเสรีภาพเพิ่มขึ้น ต่างจากฝรั่งเศสที่เสรีภาพย่ำแย่ลงชัดเจน แต่ก็ยังติดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีเสรีภาพสูง ฟรีดอมเฮ้าส์ องค์กรพัฒนาเอกชนที่มีสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เปิดรายงานวัดเสรีภาพทางอินเตอร์เน็ตของเหล่า 65 ประเทศทั่วโลกประจำปีนี้ พบว่า ในภาพรวมเสรีภาพในการใช้อินเตอร์เน็ตทั้งหมดลดต่ำลงติดต่อกันเป็นปีที่ 5 โดยผลการศึกษาพบว่ามากกว่า 61% ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต อาศัยอยู่ในประเทศที่ห้ามวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลหรือฝ่ายปกครองที่มาจากทหารและครอบครัวผู้เป็นใหญ่ ขณะที่มากกว่า 58% อาศัยอยู่ในประเทศที่บล็อกเกอร์และผู้ใช้งานไอซีที ถูกจองจำด้วยข้อหาแชร์ข้อมูลเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเมือง สังคมและศาสนา จากการสำรวจหัวข้อที่มักถูกเซ็นเซอร์จากรัฐบาลทั่วโลก หนีไม่พ้นการวิพากษ์วิจารณ์ผู้ปกครองประเทศ การเสนอข่าวความขัดแย้ง ข่าวคอร์รัปชันของรัฐบาล องค์กรเอกชน รวมทั้งการแสดงความคิดในทางส่อเสียดกลุ่มคนเหล่านั้น ขณะที่ประเทศที่มีเสรีภาพเพิ่มมากขึ้นชัดเจน ได้แก่ อินเดีย ซึ่งเพิ่งผ่านกฎหมายไอที นับเป็นการประกาศอิสรภาพบนโลกออนไลน์ของบรรดานักเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำให้อินเดียได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม เสรีบางส่วน” (Partly Free) เช่นเดียวกับศรีลังกาและแซมเบีย ซึ่งมีแนวโน้มเสรีขึ้นจากการเปลี่ยนรัฐบาล ส่วนคิวบานั้น การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตทำได้ง่ายขึ้น หลังความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาดีขึ้น แต่การเข้าถึงก็ยังกระจุกอยู่ในกลุ่มคนที่มีโอกาสเท่านั้น ด้านประเทศไทย ปีนี้ยังอยู่ในกลุ่ม ไม่มีเสรีภาพ” (Not Free) คะแนนด้านเสรีภาพในการใช้อินเตอร์เน็ตอยู่ที่ 63 จาก 62 ในปีก่อนหน้า โดยคะแนนที่ย่ำแย่ที่สุดอยู่ที่ 100 ดีที่สุดคือ 0
ฟรีดอมเฮ้าส์ ให้คะแนนไทยรวมที่ 63 โดยในหัวข้ออุปสรรคในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตไทยได้ 9 จากคะแนนแย่สุด 25 คะแนนดีที่สุด 0, ข้อจำกัดด้านข้อมูล ได้คะแนน 22 จากคะแนนแย่สุด 35 และดีที่สุด 0, การละเมิดสิทธิของผู้ใช้ ได้คะแนน 32 จากคะแนนแย่ที่สุด 40 และดีที่สุด 0
ในข้อมูลของฟรีดอมเฮ้าส์ระบุ ไทยมีประชากร 66.4 ล้านคน มีอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต 35% ของประชากรทั้งหมด ไม่มีการบล็อกการเข้าถึงโซเชียลมีเดียและไอซีทีแอพพลิเคชั่น แต่มีการบล็อกข้อมูลที่เกี่ยวกับการ เมือง สังคม รวมทั้งมีการจับกุมบล็อกเกอร์และมือโพสต์ที่ละเมิด และสื่อมวลชนไม่มีเสรีภาพ.

ผลกระทบด้านลบ  เพราะฉันคิดว่าการใช้อินเทอร์เน็ตควรจะมีเสรีภาพในการใช้ทุกๆด้านแบบทุกคนสามารถรู้ได้

วิธ๊แก้ไข  ทำตัวเป็นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ดีและไม่เบียดเบียนผู้อื่น 


วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตัวอย่างข้อสอบ O-Net

1.http://forum.02dual.com/examfile/655topic/68c9bebd68a903dfb244a706c88c9dd6.pdf
2.http://forum.02dual.com/index.php/topic,655.0.html?PHPSESSID=q7i341e8p9qaiv5o6e01kkjkh7

ตัวอย่างข้อสอบ 10 ข้อ
วิชา สังคมศึกษา
1. พระพุทธศาสนาสอนหลักความจริงที่เปนสากลในเรื่องใด
   1. ตนเปนที่พึ่งแหงตน
   2. การทําลายชีิวตเปนบาป
   3. ทุกชีิวตตองเผชิญปญหาดวยความไมประมาท
   4. มนุษยใชปญญาหาสาเหตุเพื่อแกปญหาได
2. ขอใดไมใชขอหามในศาสนาอิสลาม
   1. หามฆาตนเองและผูอื่น
   2. หามการคุมกําเนิดและทําแทง
   3. หามการเสี่ยงโชคและการพนัน
   4. หามกราบบุคคลอื่นยกเวนบิดามารดา

3. จุดมุงหมายสูงสุดในศาสนาคริสตคือเรื่องใด
   1. การลางบาปกําเนิด
   2. การไปรวมกับพระเจา
   3. การสรางศรัทธาตอพระเจา
   4. การรอดพนจากคําพิพากษา

4. พิ ีธกรรมประจําบาน 12 ประการ ของศาสนาพราหมณ- ิฮนดูคือพิ ีธใด
   1. พิธีศารทธ                      
   2. พิธีสังสการ
   3. พิธีบูชาเทวดา                   
   4. พิธีประจําวรรณะ

5. อุดมเปนผูมีความขยันหม่ันเพียร ประหยัด เลี้ยงชีพตามกําลังทรัพย  
และคบเพื่อนที่ ีด อุดมปฏิบัติตามธรรมขอใด
   1.  โลกธรรม                    
   2.  โภคอาทิยะ
   3.  ทิฏฐธัมมิกัตถะ                  
   4.  อปริหานิยธรรม

6. พระมหาชนกเปนผูมีความเพียรตรงกับพุทธศาสนสุภาษิตขอใด
   1. อิณาทานํทุกฺขํโลเก
   2. สนฺตุฏีปรมํธนํ
   3. วายเมเถว ป ิ ุรโส ยาว อตฺถสฺส นิปฺปทา
   4. ปฏิรูปการีธุรวา อุฏาตา ิวนทฺเต ธนํ

7. คัมภีรที่อธิบายพระไตรปฎกเรียกวาอะไร
   1.  ฎีกา                          
   2.  อรรถกถา
   3.  ปกรณพิเศษ                     
   4.  สัททาวิเสส

8. การคอรรัปชันเกิดจากการขาดคุณธรรมประการใดเปนสําคัญ
   1.  ความสามัคคี                 
   2.  ความเมตตากรุณา
   3.  ความวิิรยอุตสาหะ               
   4.  ความซื่อสัตยสุจริต

9. การปฏิรูปกฎหมายและระบบศาลของไทยเกิดขึ้นอยางจริงจังในรัชสมัยใด
   1.  รัชกาลที่ 4                      
   2.  รัชกาลที่ 5 
   3.  รัชกาลที่ 6                      
   4.  รัชกาลที่ 7

10. ตามหลักกฎหมายอาญา ความผิดทางอาญาจะไมเกิดขึ้นหากปราศจากสิ่งใด
   1.  โทษ                          
   2.  สิทธิ
   3.  เจตนา                         
   4.  กฎหมาย









วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Travel Check In



http://travelmmwjf.blogspot.com/
ประโยชน์ที่ได้จากการทำงาน
1.ทำให้เรารู้จักการทำงานร่วมกันกับเพื่อนๆในกลุ่ม
2.ทำให้เราได้เรียนรู้การใช้โปรแกรมในการตัดต่อวิดีโอ
3.ทำให้เรารู้จักวิธีการถ่ายรูปทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อน
4.ทำให้เรารู้จักการวางแผนงานและทำงานอย่างเป็นระบบขั้นตอน
5.ทำให้เราใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การศึกษาตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์

แลกเปลี่ยนมุมมอง (Eye Xchange)

สรุป :  ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันส่วนใหญ่เกิดจากการขาดจิตสำนึกในการร่วมมือร่วมใจในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และขาดการตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้นของประชาชน เช่น การทิ้งขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลลงบนพื้นดิน ถนนหนทาง และแหล่งน้ำ, การปล่อยน้ำเสียจากบ้านเรือน หรือโรงงานลงสู่แม่น้ำลำคลอง เป็นต้น การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ จึงจำเป็นต้องอาศัยแรงร่วมมือร่วมใจจากประชาชนทุกคน ผู้พัฒนาจึงต้องการพัฒนา Social web โดยให้ ประชาชนทุกคน มีส่วนร่วมด้วยการระบุตำแหน่งทั้งที่เกิดปัญหาและที่สามารถเป็นตัวอย่างของสิ่งแวดล้อมที่ดีบน แผนที่ ตามระดับและลักษณะของปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยที่กลุ่มคนสามารถเข้ามาพูดคุยถึงปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหา ทั้งนี้ ตำแหน่งของปัญหาที่ถูกระบุจะถูกนำเสนอในรูปแบบของแผนภูมิซึ่งแสดงขีดความรุนแรงของสิ่งแวดล้อมประเภทต่างๆ สิ่งเหล่านี้ จะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาและร่วมกันแก้ไข นอกจากนี้ การระบุตำแหน่งของปัญหาบนแผนที่ ยังช่วยให้เกิดผลประโยชน์ด้านอื่นเช่น ช่วยบุคคลในการตัดสินหาสถานที่ที่สามารถตอบสนองตามสภาพแวดล้อมที่ต้องการได้ หรือ การเป็นกระบอกเสียงขนาดใหญ่ของประชาชนสู่ภาครัฐ


ชื่อผู้ทำโครงงาน : นายธีรเดช ราชรักษ์,นายนนทวรรธ ศรีจาด,นายปิยบุตร ถวิลถิรกุล


สถาบันการศึกษา : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์



http://www.vcharkarn.com/project/671




วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

calculator


Private Sub Command1_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
Z = x * y
Label1.Caption = Z
End Sub

Private Sub Command2_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
Z = x / y
Label1.Caption = Z
End Sub

Private Sub Command3_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
Z = x + y
Label1.Caption = Z
End Sub

Private Sub Command4_Click()
x = Val(Text1.Text)
y = Val(Text2.Text)
Z = x - y
Label1.Caption = Z
End Sub


Private Sub Command5_Click()
Text1.Text = ""
Text2.Text = ""
Label1.Caption = ""
End Sub

Private Sub Command6_Click()
End
End Sub


วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โครงการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา


โครงการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา ใช้ประกอบการสอนวิชาต่าง ๆ จุดสำคัญอยู่ที่เนื้อหาน่าสนใจ และความสวยงามของส่วนติดต่อผู้ใช้ โดยนักเรียนอาจคัดเลือกหัวข้อที่นักเรียนทั่วไปทำความเข้าใจได้ยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน เช่น บทเรียนสำเร็จรูป


ใบงานที่3 ประเภทของสื่อการเรียนรู้

ใบงานที่3
ประเภทของสื่อการเรียนรู้

สื่อการเรียนรู้สามารถจำแนกออกตามลักษณะได้เป็น 3 ประเภท คือ
1. สื่อสิ่งพิมพ์ หมายถึง หนังสือและเอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่แสดงหรือเรียบเรียงสาระความรู้ต่าง ๆ โดยใช้ตัวหนังสือที่เป็นตัวเขียน หรือตัวพิมพ์เป็นสื่อในการแสดงความหมาย สื่อสิ่งพิมพ์มีหลายชนิด ได้แก่ เอกสาร หนังสือเรียน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร บันทึก รายงาน ฯลฯ




2. สื่อเทคโนโลยี หมายถึง สื่อการเรียนรู้ที่ผลิตขึ้นใช้ควบคู่กับเครื่องมือโสตทัศนวัสดุ หรือเครื่องมือที่เป็น เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น แถบบันทึกภาพพร้อมเสียง (วิดีทัศน์) แถบบันทึกเสียง ภาพนิ่ง สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน นอกจากนี้สื่อเทคโนโลยี ยังหมายรวมถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการเรียนรู้ เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็นต้น


3. สื่ออื่น ๆ นอกเหนือจากสื่อ 2 ประเภทที่กล่าวไปแล้ว ยังมีสื่ออื่น ๆ ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อเทคโนโลยี สื่อที่กล่าวนี้ ได้แก่ 
     3.1 บุคคล หมายถึง บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ ซึ่งสามารถถ่ายทอด สาระความรู้ แนวคิดและ ประสบการณ์ไปสู่บุคคลอื่น เช่น บุคลากรในท้องถิ่น แพทย์ ตำรวจ นักธุรกิจ เป็นต้น .

     3.2 ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายถึง สิ่งมีอยู่ตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อมตัวผู้เรียน เช่น พืชผักผลไม้ ปรากฏการณ์ ห้องปฏิบัติการ เป็นต้น

     3.3 กิจกรรม / กระบวนการ หมายถึง กิจกรรมหรือกระบวนการที่ผู้สอนและผู้เรียนกำหนดขึ้นเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ ใช้ในการฝึกทักษะซึ่งต้องใช้กระบวนการคิด การปฏิบัติ การเผชิญสถานการณ์และ การประยุกต์ความรู้ของผู้เรียน เช่น บทบาทสมมติ การสาธิต การจัดนิทรรศการ การทำโครงงาน เกม เพลง เป็นต้น 

     3.4 วัสดุ เครื่องมือและอุปกรณ หมายถึง วัสดุที่ประดิษฐ์ขึ้นใช้เพื่อประกอบการเรียนรู้ เช่น หุ่มจำลอง แผนภูมิ แผนที่ ตาราง สถิติ รวมถึงสื่อประเภทเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ทดลองวิทยาศาสตร์ เครื่องมือช่าง เป็นต้น


โปรแกรม Visual basic 6.0

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โครงงาน


โครงงาน

1.โครงงาน หมายถึง กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้าและลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นใดไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบในเรื่องนั้นๆ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดำเนินการ วางแผน กำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน โดยทั่วๆ ไป การทำโครงงานสามารถทำได้ทุกระดับการศึกษา ซึ่งอาจทำเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงาน อาจเป็นโครงงานเล็กๆ ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนหรือเป็นโครงงานใหญ่ที่มีความยากและซับซ้อนขึ้นก็ได้ Project is the documentation of a project's scope explains the boundaries of the project, establishes responsibilities for each team member and sets up procedures for how completed work will be verified and approved. The documentation may be referred to as a scope statement, statement of work 2.โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึง กิจกรรมการเรียนที่นักเีรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้ จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้น หรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษา ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ๆ ความมีคุณธรรมจริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับเพื่อนมนุษย์ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข 3.ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในทุก ๆ สาขาวิชา ดังนั้นโครงงานคอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งในลักษณะของเนื้อหา กิจกรรม และลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้ ซึ่งอาจแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท คือ 1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media) 2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development) 3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment) 4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application) 5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)


วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

จรรยาบรรณสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต

         จรรยาบรรณสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต


ทุกคนควรใช้อินเทอร์เน็ตด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม เคารพและให้เกียรติผู้ที่เราติดต่อด้วย เพราะเขาเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง จรรยาบรรณจะทำให้อินเทอร์เน็ตเป็นสังคมที่มีระบบระเบียบ อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ร่วมด้วยกฎหมายซึ่งเป็นมาตรการที่จะเข้ามามีบทบาทเมื่อมีการฝ่าฝืนจรรยาบรรณ

1.      ไม่ใช้คอมพิวเตอร์และเครือข่ายทำร้ายผู้อื่น
2.      ไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน รวมถึงไม่ละเมิดผลงานที่มีลิขสิทธิ์
3.      ไม่ขโมยหรือเปิดดูข้อมูลหรือแก้ไขข้อมูลของผู้อื่น
4.      ไม่สร้างหรือส่งต่อข้อมูลที่เป็นเท็จ ข้อมูลที่อันตรายหรือทำให้เกิดความเสียหาย
5.      ไม่ใช้ภาษาหยาบคายหรือให้ร้ายผู้อื่น ให้เกียรติซึ่งกันและกัน
6.      ไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น
7.      ไม่ก้าวร้าวหรือใช้อารมณ์ในการแสดงความคิดเห็น ยอมรับในความแตกต่าง
8.      ไม่เจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายที่ไม่ได้รับอนุญาต
9.      ไม่ใช้คอมพิวเตอร์และเครือข่ายกระทำผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม
10.    ไม่ฝ่าฝืนจรรยาบรรณสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็




บริการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต


บริการต่างๆ บนอินเตอร์เน็ต
          ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นว่า บริการบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้มีการพัฒนาและ ปรับปรุงอยู่เสมอ โดยมีบริการใหม่ๆ เกิดขึ้นเพื่อสนองแก่ความต้องการของผู้ใช้อยู่มากมาย สำหรับบริการหลัก ๆ ที่มีให้บริการอยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ได้แก่
          1. บริการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail หรือ E-Mail)




          การใช้บริการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ จะมีลักษณะรูปแบบเช่นเดียวกับการส่ง จดหมายทางไปรษณีย์ เพียงแต่จะเปลี่ยนเป็นการส่งจากระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ส่งไปยังระบบคอมพิวเตอร์ของผู้รับผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยเราสามารถส่งเอกสารจดหมายที่อยู่ในรูปแบบของดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็น ตัวหนังสือ รูปภาพกราฟิกส์ วิดีโอ โปรแกรม หรือแฟ้มข้อมูลประเภทต่าง ๆ ได้ โดยจะดำเนินการจัดส่งไปยังผู้รับภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น จะเห็นได้ว่าการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์จะทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการส่งจดหมายธรรมดาหรือ EMS เป็นอย่างมาก ทำให้บริการนี้กลายเป็นบริการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งโดยเฉพาะในการติดต่อทางธุรกิจในยุคปัจจุบัน
          
2. บริการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล (File Transfer Protocol)

          บริการนี้เป็นการรับ/ส่ง (Download/Upload) ข้อมูล โปรแกรม หรือเอกสารที่อยู่ใน รูปแบบดิจิตอลจากคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างไกลกันโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ มีองค์กรหลาย ๆ แห่งได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ ภายนอกสามารถถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลได้โดยไม่คิดมูลค่า บางบริษัทได้เปิดให้ผู้ใช้ Download โปรแกรมต่าง ๆ มาทดลองใช้ฟรี และหากผู้ใช้ประสงค์จะใช้งานโปรแกรม ดังกล่าวอย่างเป็นทางการก็สามารถ ลงทะเบียนสั่งซื้อได้ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
          
3. บริการเข้าใช้ระบบคอมพิวเตอร์ระยะไกล (Remote Login, Telnet)

          ผู้ใช้งานจะสามารถเข้าไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นจะตั้งอยู่ใกล้หรือไกลได้ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ทำให้ไม่ต้องเดินทางไปทำงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ นั้นโดยตรง สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวผู้ใช้งานผู้นั้นจะต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ควบคุมเครื่องนั้น ๆ ด้วยโดย ผู้ใช้จะต้องมีชื่อบัญชีและรหัสผ่านที่กำหนดให้ไว้สำหรับเข้าไปใช้งานด้วย มีศูนย์บริการหลายแห่งที่ได้เปิดเครื่องที่ให้บริการนี้สาธารณะโดยอนุญาตให้เข้าไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีชื่อบัญชีผู้ใช้อย่างเป็นทางการ
         
 4. บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็น (Usenet News)


          ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตซึ่งมีผู้ใช้เป็นจำนวนมากทั่วโลก มีบุคคลหลากหลายประเภท ต่างก็มีความสนใจที่แตกต่างกันออกไป จึงได้มีบริการเพื่อจัดแบ่งกลุ่มผู้ใช้ที่มีความสนใจร่วมกันเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อ แลกเปลี่ยนข่าวสาร ความรู้ และแสดงความคิดเห็นในหัวข้อต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกกระจายออกจากเครือข่ายหนึ่งไปยังเครือข่ายอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงถึงกันทั่วโลก ผู้ใช้บริการจึงสามารถรับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดแยกเป็นหัวข้อ เรียกว่า กลุ่มข่าว (News Groups) ซึ่งในปัจจุบันมีกลุ่มข่าวและกลุ่มข่าวย่อย ๆ มากมายนับพันหัวข้อและครอบคลุมศาสตร์ทุกแขนง ไม่ว่าเป็นหัวข้อด้านวิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ กีฬา วัฒนธรรม เป็นต้น
         
 5. บริการติดต่อสนทนาออนไลน์ (Chat)
         
                                                        
            นอกจากการติดต่อถึงกันในลักษณะจดหมายอิเล็คทรอนิกส์แล้ว บริการที่ได้รับความนิยมอีกอย่างคือการสนทนาในรูปแบบของการตอบสนองอย่างทันที (Interactive) ผู้ใช้สามารถที่จะคุยโต้ตอบกันได้เสมือนกับได้มาสนทนากันในระยะใกล้ๆ โดยในปัจจุบันบริการนี้สามารถสนทนาโดยใช้ทั้ง ข้อความตัวอักษรภาพและเสียงได้ในขณะเดียวกัน
          
6. บริการค้นหาข้อมูลและแสดงข้อมูลในลักษณะของ Gopher, Archie และ WAIS 



          เป็นกลุ่มโปรแกรมที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการในอินเตอร์เน็ต ซึ่ง Gopher จะเป็นบริการการค้นหาในลักษณะเป็นเมนูลำดับขั้น ส่วน Archie เป็นการค้นหาที่เก็บข้อมูล ว่าอยู่ที่ใด และ WAIS เป็นการค้นหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่ถูกเก็บเอาไว้ ปัจจุบันข้อมูลส่วนใหญ่ที่มีให้ของบริการ เหล่านี้ได้ถูกพัฒนามาให้บริการในลักษณะของเครือข่ายใยแมงมุม (World Wide Web) แล้ว บริการเหล่านี้จึงได้รับความนิยมจากผู้ใช้ลดน้อยลง
          
7. บริการค้นหาและแสดงข้อมูลผ่านเครือข่ายใยแมงมุม (WWW : World Wide Web)

          เครือข่ายใยแมงมุม หรือ World Wide Web เป็นบริการที่ดำเนินการอยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในปัจจุบัน เพราะบริการนี้จะใช้ตัวหนังสือและรูปภาพกราฟิกเข้ามามีส่วนช่วยในการ ดึงดูดความสนใจของผู้ใช้บริการ สามารถใช้บริการนี้เพื่อค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ โดยปัจจุบันข้อมูลจะอยู่ในลักษณะของมัลติมีเดีย (Multimedia) คือ มีทั้งตัวอักษร รูปภาพ เสียง และภาพเคลื่อนไหว ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลเกือบทุกประเภทผ่านทางเครือข่ายใยแมงมุมนี้ได้ ไม่ว่าเป็นบทความ ข่าว งานวิจัยข้อมูลสินค้า หรือบริการต่างๆ สาระบันเทิงประเภทต่าง ๆ แม้กระทั่งฟังบทเพลงหรือดูภาพยนตร์ก็ได้ ปัจจุบันบริการนี้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทธุรกิจหรือองค์กรต่าง ๆ ได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มของการเจริญเติบโตของบริการนี้และได้พยายามหันเข้ามาทำธุรกิจบนเครือข่ายใยแมงมุมนี้ โดยทำการประชาสัมพันธ์กิจการ โฆษณาสินค้าและดำเนินธุรกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน สินค้าผ่านทางเครือข่ายใยแมงมุมนี้อย่างสะดวกและรวดเร็ว